<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>:: My Blog - WwW.PePZaa.CoM :: &#187; สรรสาระ</title>
	<atom:link href="http://kukky.pepzaa.com/category/knowledge/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kukky.pepzaa.com</link>
	<description>:: Juz a StuBBorN GiRL bLoG ::</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Jul 2010 08:34:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>วงจรอุบาทว์ (vicious cycle) ของความอ้วน</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b9%8c-vicious-cycle-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b9%8c-vicious-cycle-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 May 2008 08:24:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/my-blog/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b9%8c-vicious-cycle-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้อ่านบล็อกอันนึงเจอข้อความว่า &#8220;ฮอร์โมนที่ชื่อว่า Neuropeptide Y หรือ NPY โดยปกตินั้นถูกสร้างโดยสมอง เป็นที่รู้จักกันว่า เป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อความรู้สึกหิว และกระตุ้นให้กินอาหาร ที่ทรงพลังมากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา จากการทดลองในหนูของ University of Western Ontario ประเทศแคนาดา พบว่า NPY ที่คิดว่าถูกสร้างโดยสมองเพียงที่เดียวนั้น ก็ถูกสร้างโดยเซลล์ไขมันที่หน้าท้องเช่นเดียวกัน คนอ้วนซึ่งมีเซลล์ไขมันที่หน้าท้องมากจึงมีการสร้าง NPY ออกมามาก และกระตุ้นให้กินมากขึ้น ดังนั้นจึงมีวงจรของการกิน และความอ้วน เกิดขึ้น ไม่รู้จบ จากการค้นพบนี้ นำไปสู่แนวคิดการตรวจวัดระดับของ NPY ในเลือด เพื่อเป็นตัวบอกปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความอ้วน และวิธีที่จะควบคุมผล NPY เพื่อตัดวงจรความอ้วน ซึ่งเป็นการป้องกันโรคแทรกซ้อนอันเนื่องมาจากความอ้วน ซึ่งยุ่งยากกว่ามากในการรักษา&#8221; สิ่งที่อ่านมา ดันไปตรงกับ ข้อมูลที่เคยดูในรายการโอปราห์โชว์ ช่วงของ DR.OZ ซึ่ง DR.OZ เค้าบอกว่า คนที่มีความเสี่ยงที่จะอ้วน และลดยากมากๆ ก็คือกลุ่มคนที่มีไขมันหน้าท้องเยอะๆ &#8230; ดังนั้น คำแนะนำของ DR.OZ ก็คือ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b9%8c-vicious-cycle-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตรวจสุขภาพประจำปี 2008</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/my-blog/lecithin/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/my-blog/lecithin/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Feb 2008 08:42:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[My BloG]]></category>
		<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/my-blog/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2008/</guid>
		<description><![CDATA[และแล้วปีนี้ก็มาถึง ได้เวลาตรวจสุขภาพประจำปีและ &#8230;. จากที่ปีที่แล้วมาสาย แล้วต้องมานั่งรอคิวยาวเหยียด หิวก็หิว กินอะไรก็ไม่ได้ ปีนี้ก็เลยเอาใหม่ .. ตื่นแต่เช้าเลย รีบมาเช้าๆ คนจะได้น้อยๆ มาถึงออฟฟิศราว 8 โมง ทางโล่งเชียว เก็บข้าวของแล้วรีบมาทำการตรวจสุขภาพกัน ที่ออฟฟิศจัดให้ ก็มีตรวจเลือด x-ray ปอด ตรวจสายตา และพบแพทย์ &#8230; และแล้ว ก็ไม่ต้องรอผล 1 เดือน ก็ได้รับอาการป่วยเพิ่มขึ้นอีก 1 อย่าง คือ &#8220;สายตาเอียง&#8221; วุ๊ย &#8230; มันจะมีปีไหนที่ทำงานแล้ว สุขภาพดีขึ้น 1 อย่างแมะ ( อย่างว่า ออกกำลังกายก็ไม่ค่อยออก .. อย่าบ่น ) กลับเข้ามาที่เรื่องวันนี้ พอดีปีที่แล้วมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับคอเรสเตอรอล &#8230; เลยไปหาอาหารเสริมากิน 1 อย่าง ชื่อว่า เลซิติน &#8220;Lecithin&#8221; เรามาดูคุณสมบัติของเจ้าตัวนี้กัน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/my-blog/lecithin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Truth About Food</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/my-blog/truth-about-food/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/my-blog/truth-about-food/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jan 2008 14:46:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[My BloG]]></category>
		<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/my-blog/truth-about-food/</guid>
		<description><![CDATA[กลับมาวันนี้ ก็ได้เวลาดี สามทุ่มตรงนั่งดูรายการโปรด โอปราห์ วิมฟรีย์ &#8230; วันอังคารเป็นคิวของ DR.OZ มาตอบคำถามสุขภาพกัน &#8230; อิอิ ถูกใจ เพราะเราก็ได้ความรู้ความจริงหลายอย่าง เช่น &#8220;มะเขือเทศ&#8221; ครีมกันแดดที่กินได้ 4 ช้อนชาต่อวัน กินแล้วช่วยปกป้องแสงแดดให้กับผิวเรา เสร็จหมู ชอบกินอยู่แล้ว มะเขือเทศเนี่ย ไม่จริงเลย ที่การดื่มน้ำวันละครึ่งลิตร ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น เพราะในอาหาร ก็มีน้ำอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องฝืนกินของเหลวเข้าไปอีก พระเจ้าจอร์ช &#8230;.. ไม่ชอบฝืนดื่มน้ำเป็นปกติอยู่แล้ว โอเมก้า 3 ยาลดความเครียดสูตรธรรมชาติ &#8230;. หาได้ตามปลาเนื้อมันๆ ทั่วไป เช่น แซลม่อน .. ทูน่า นึกถึง ซูชิขึ้นมาทันทีทันใด .. แซลมอนซูชิ &#8230; แง่มมมมม กินอาหารสูตร Detox เป็นเวลา 3 วันไม่ได้ช่วยล้างพิษในร่างกายของเราแต่อย่างใด เพราะตับจะทำการขจัดของเสียออกจากร่างกายอยู่แล้ว และใช้เวลาถึง 10 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/my-blog/truth-about-food/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>21 Suggestions for SUCCESS</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/21-suggestions-for-success/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/21-suggestions-for-success/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Dec 2007 04:41:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/my-blog/21-suggestions-for-success/</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อหลายปีก่อน 3-4 ปีได้แล้ว ต้องไปทำธุระที่ Central พระราม 2 กับนายแจ่ม ..ไปถึงเลยไปนั่งรออยู่ร้านสตาร์บัค .. แล้วบังเอิญหันไปเห็นรูปนึง มีหัวข้อว่า &#8220;21 Suggestions for SUCCESS&#8221; ก็เลยถ่ายรูปเก็บมา .. ตอนนี้รูปหายไปแล้วล่ะ เหลือแต่ Text File ที่พิมพ์เก็บไว้ .. วันนี้ รื้อเครื่อง ไปเจอเข้า ว่าแล้วก็เอามาโพสต์ขึ้นบล็อคดีกว่า &#8230; อ่านแล้วชอบ แต่ไม่รู้จะทำได้ซักกี่ข้ออ่ะ เนื้อความข้างในก็มีดังนี้ (แปลกันเอาเองนะ อิอิ) 21 Suggestions for SUCCESS ..by H.Jackson Brown, Jr. Marry the right person. This one decision will determine 90% of your happiness [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/21-suggestions-for-success/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม แต้พานิช</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/note-udom/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/note-udom/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Nov 2007 07:12:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/my-blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะ ช้าไป 1 จังหวะเสมอ ถ้าแอบรักใครอย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักที ให้พูดว่าไม่เอา จะได้เร็ว ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้านไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่มไม้, ซอกตึก, อย่าตัดสินใจ ซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ ระวังคน ที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือหนังที่เราชอบดู อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี ตลาด อ.ต.ก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป คนไม่กินเนื้อ ไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีเสมอไป เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีน ออกจากปากให้หลับตาด้วย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/note-udom/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ติด &#8220;กาแฟ&#8221;</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/coffee-fever/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/coffee-fever/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Oct 2007 04:35:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/knowledge/coffee-fever/</guid>
		<description><![CDATA[ไม่รู้คนอื่นเป็นกันบ้างหรือเปล่าเนี่ย &#8230; ว่าตื่นมา ก็ต้องกินกาแฟ .. แต่ที่แน่ๆ เราคนนึงละ กาแฟลิซึ่ม .. ตื่นปุ๊ปขออัดคาเฟอีนปั๊ป .. ก็พอรู้อ่ะนะ ว่ากินมากๆ มันไม่ดี แต่ทำไงได้ ติดไปแล้ว&#8230; วันไหนไม่กิน มีลงแดงกันบ้างล่ะ เค้าว่ากันว่า กาแฟ มันมีทั้งคุณ และโทษ .. บ้างก็ว่ากินแล้วแก่เร็ว เหี่ยวเร็ว ทำร้ายสุขภาพมากมายเหลือหลาย &#8230; แต่บางฝ่ายก็ออกมาพูดว่า กินกาแฟ มีประโยชน์อย่างนั้น มีประโยชน์อย่างงี๊ &#8230; ว่าแล้วก็เลยหาข้อมูล เพื่อเข้าข้างคนกินกาแฟซะหน่อย .. ได้ผลออกมาว่า &#8220;กินกาแฟ 3 ถ้วยเพื่อสุขภาพ&#8221; กาแฟ 3 ถ้วยเพื่อสุขภาพ วันหนึ่งๆ ให้ดื่มน้ำมากๆ 4 แก้ว 6 แก้ว 8 แก้วก็ได้ แต่อย่าดื่มน้ำชากาแฟ เป็นคำกล่าวเตือนจากท่านผู้รักษาสุขภาพทั้งหลาย นั่นเป็นการเกลียดและกลัวชา กาแฟ ถึงกับห้ามขาดเพราะมันทำให้เสียสุขภาพ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/coffee-fever/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีลับในการหาข้อมูลจาก Google สามวิธี ใน Google ที่ให้ได้มาซึ่งทุกอย่าง ที่อยากดาวน์โหลด ใน Internet</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/search-google/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/search-google/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Oct 2007 03:48:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/knowledge/search-google/</guid>
		<description><![CDATA[วิธีลับในการหาข้อมูลจาก Google สามวิธี ใน Google ที่ให้ได้มาซึ่งทุกอย่าง ที่อยากดาวน์โหลด ใน Internet คำแนะนำ คุณสามารถใช้วิธีนี้ ในการหา Download หรือต่างๆ นานา ที่คุณอยากได้ (&#8220;index of&#8221;) (mp3&#124;wmv&#124;wma&#124;ogg) วิธีที่หนึ่ง พิมพ์คำเหล่านี้ ใน Google Search (1) &#8220;parent directory &#8221; /appz/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums (2) &#8220;parent directory &#8221; DVDRip -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums (3) &#8220;parent directory &#8220;Xvid -xxx [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/search-google/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของ &#8220;วิตามินซี&#8221;</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/vitamin_c/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/vitamin_c/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Sep 2007 05:15:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/knowledge/vitamin_c</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องนี้ว่าจะเขียนนานและ&#8230;ไม่ได้มีโอกาสเขียนในบล็อคไหนซักที &#8230; ก็คือเรื่องของวิตามินซี ที่เรารู้จักกัน &#8230; ทุกครั้งที่ไปซิ่งที่นั่งเล่น&#8230;กลับมา ก็ต้องอัดวิตามินซี 5 เม็ด ก่อนนอน&#8230;.. แถมตื่นมา อัดอีก 5 เม็ด &#8230; ไม่ใช่เม็ดเล็กๆ แต่เม็ดเท่าบ้าน&#8230;เม็ดละ 1000 ม.ก. ติดคอแทบตาย .. อุตส่าห์หวังดี แนะนำให้คนอื่นกินด้วย โดนตอกกลับมาอีก ว่าร่างกายเอาไปใช้ไม่หมดหรอก ตั้งห้าพัน ม.ก.   อ่ะเลยขี้เกียจเถียง อุตส่าห์หวังดี ไม่กิน ก้อไม่เปนไร &#8220;ทำไมถึงต้องอัดขนาดนั้น 5,000 ม.ก. &#8220;  จริงอยู่ที่ปกติแล้ว ร่างกายจะสามารถดูดซับวิตามินซีไปใช้ได้เพียงวันละ 1,000 ม.ก. เท่านั้น .. แต่นั่นคือขณะที่ร่างกายปกติดีทุกอย่าง.. แต่หลังจากที่ไปเที่ยวมา ถึงแม้จะไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า &#8230; แต่เราก็รับควันบุหรี่มาเต็ม ๆ ไม่สูบ แต่ก็เหมือนสูบเองนั่นแหละ  ซ้ำร้าย หนักว่าซะด้วย เพราะรับหลายด้าน ซ้าย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/vitamin_c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินอาหาร 5 หมู่ อาจป่วยง่าย ตายเร็ว</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health10/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health10/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Aug 2007 16:11:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/stories/truth_about_health10</guid>
		<description><![CDATA[กับดักสุขภาพประการที่ 10 &#8211; กินอาหาร 5 หมู่ อาจป่วยง่าย ตายเร็ว คำว่า &#8220;กินอาหารให้ครบ 5 หมู่&#8221; ดูเหมือนจะกลายเป็นป้ายโฆษณา ที่ใครต่อใครซึ่งสอนคนให้สุขภาพดีจะต้องแขวนไว้ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว เนื้อหาของคำว่ากินอาหาร 5 หมู่ เกือบจะไม่ต่างไปกับ &#8220;เชิญกินไปตามสบาย ปล่อยให้สุขภาพเป็นไปตามยถากรรม&#8221; มีใครบ้างในสมัยนี้ไม่กินอาหาร 5 หมู่? ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ว่า กินอย่างไหนในสัดส่วนเท่าไหร่ต่างหากเล่าความเป็นมาของการชูคำขวัญ &#8220;กินอาหารให้ครบ 5 หมู่&#8221; มีประวัติความเป็นมาที่เข้าใจได้ กล่าวคือ สมัยที่ประเทศไทยยังด้อยพัฒนา คนบ้านนอกยังมีอาหารไม่พอกิน แถมมีความเชื่อเรื่องห้ามกินของแสลง เช่น หญิงหลังคลอดให้กินแต่ข้าวกับเกลือ จึงบังเกิดผลให้คนไทยขาดอาหาร เด็กเล็กมีอาการพุงโรก้นปอด บ้างก็ตัวบวม ขาดทั้งแคลอรีทั้งโปรตีน บ้างขาดวิตามิน ป่วยเป็นโรคเหน็บชา ตาบอดกลางคืน ลักปิดลักเปิด ด้วยเหตุฉะนี้จึงมีความจำเป็นในสมัยนั้นที่จะต้องระดมให้คนไทยกินโปรตีน และอาหารอุดมวิตามินเพิ่มขึ้น ครั้นจะเน้นแต่สารอาหารอย่างหนึ่งอย่างใดเพียงชนิดเดียวย่อมไม่ถูกต้อง จึงเกิดเป็นคำขวัญให้คนไทย &#8220;กินอาหารให้ครบ 5 หมู่&#8221; นั่นเป็นคำขวัญที่สอดคล้องกับยุคสมัยที่คนไทยส่วนข้างมากป่วยเป็นโรคขาดอาหาร ทีนี้พอสังคมเปลี่ยนไป การพัฒนาประเทศทำให้เราผลิตอาหารจนส่งออกไปเลี้ยงคนทั่วโลก เรากลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health10/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวนกาแฟ แก้ได้ทุกโรค</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health9/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health9/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Aug 2007 16:10:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/stories/truth_about_health9</guid>
		<description><![CDATA[กับดักสุขภาพประการที่ 9 &#8211; สวนกาแฟ แก้ได้ทุกโรค คนไทยเห่ออะไรกันง่ายๆ โดยทำตามกันเป็นกระแส จึงมักจะสุดขั้วไปทางใดทางหนึ่ง เรื่องการสวนกาแฟก็เช่นเดียวกัน เกิดเสียงร่ำลือกันว่า สวนกาแฟทำให้ผอมจากคำให้การของดารานางแบบคนหนึ่ง จากนั้นกระแสสวนกาแฟก็เบ่งบานแทนที่จะเป็นเรื่องดี กลับทำให้การสวนกาแฟกลายเป็นเรื่องตลกร้ายทางสุขภาพมาตลอดปี คือ สวนกาแฟผิดวัตถุประสงค์ เข้าใจว่าสวนเพื่อลดความอ้วน สวนเพื่อแก้ท้องผูก บางคนใช้กาแฟเกินพิกัด สวนแล้วตาสว่างไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน บ้างก็สวนพร่ำเพรื่อจนกลายเป็นการเสพติดการสวนกาแฟ แถมเมื่อเกิดอาการมือสั่น ใจสั่นหลังสวนกาแฟ ยังไปร่ำลือผิดๆว่า เป็นเพราะกาแฟกำลังช่วยให้เกิดการ ดีท็อกซ์ อยู่ หารู้ไม่ว่านั่นคือ อาการต้องพิษกาแฟ บางคนสวนแล้วสวนอีกวันละ 2-3 ครั้ง ก็กลับสนับสนุนกันไปใหญ่ แท้ที่จริงการที่คนเหล่านั้นต้องสวนบ่อยมาก เพราะเกิดอาการ เสี้ยนยา เพราะเสพติดกาแฟทางก้นนั่นเองแท้ที่จริง การสวนกาแฟเป็นเทคนิคดีๆ ของการแพทย์แผนธรรมชาติประการหนึ่งที่เอื้ออำนวยแก่กระบวนการล้างพิษจากร่างกาย โดยอาศัยคาเฟอีนที่ดูดซึมจากลำไส้ใหญ่ผ่านเข้าสู่ตับ ไปกระตุ้นให้ตับขับพิษได้ดีขึ้นแต่ต้องรู้ว่า การสวนกาแฟไม่ใช่ยาครอบจักรวาล ที่จะบำบัดสารพัดโรค และยิ่งไม่ใช่กรรมวิธีเพื่อการลดน้ำหนัก หรือแม้กระทั่งถือเป็นสรณะในการรักษาอาการท้องผูก ข้อบ่งชี้ของการสวนกาแฟ - ใช้คู่กับการอดเพื่อสุขภาพ ช่วยล้างพิษจากร่างกายให้ดีขึ้น - สำหรับคนที่ถูกพิษมาเฉียบพลัน เช่น ผงชูรส ควันรถยนต์ ควันบุหรี่ - [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปฟิตเนส แต่เสียเงิน เสียสุขภาพ</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health8/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health8/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Aug 2007 16:10:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/stories/truth_about_health8</guid>
		<description><![CDATA[กับดักสุขภาพประการที่ 8 &#8211; ไปฟิตเนส แต่เสียเงิน เสียสุขภาพ สมัยหนึ่งกระทรวงสาธารณสุขนึกสนุกขึ้นมา จะพาคนไทยเต้นแอโรบิกส์ให้ได้จำนวนมากๆเพื่อลงกินเนสบุ๊ค ก็แห่กันไปเต้นกันย็อกแย็กอยู่วันเดียว เพื่อให้ได้ชื่อว่าลงบันทึกที่สุดในโลกเล่มนั้น งานนั้นเล่นเอาท่านอาจารย์เสม พริ้งพวงแก้ว สร้างความใจหายใจคว่ำให้แก่ลูกๆทั่วประเทศ ด้วยห่วงว่าท่านจะเกิดอาการไม่สบายขึ้นมาอย่างกระทันหัน โชคดีว่าไม่เป็นอะไร แต่เบื้องลึกของงานดังกล่าวเสื้อเหลืองถูกแจกจ่ายไปโดยกะเกณฑ์กันให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกันไปเต้นกันให้มากๆ ทั้งๆที่คนเต้นจำนวนไม่น้อย เกิดมาในชีวิตก็ไม่เคยออกกำลังกายเลย แต่ไปเพราะใจที่ถูกกะเกณฑ์ และไปเพราะมีเสื้อเหลืองบังคับอยู่ มาในวันนี้เสื้อสีเหลืองถูกเปลี่ยนมือ เปลี่ยนสถานที่สวมไปอยู่แถวสวนลุมพินีเสียแล้ว นั่นแสดงถึงความเป็นอนิจจังของสรรพสิ่ง แต่เหนือสิ่งอื่นใดพฤติกรรมเต้นแอโรบิกหมู่ สะท้อนถึงความเห่อตามสมัยนิยมไปอย่างนั้นเอง คนอีกจำนวนหนึ่ง เข้าฟิตเนสอย่างไม่รู้จักจุดมุ่งหมายของฟิตเนสให้ดีพอ คิดแต่จะไปวิ่งลดน้ำหนัก บางทีอาจเสียเงินแล้วอาจเสียสุขภาพก็ได้ ก่อนอื่นคำว่าฟิตเนสมีความหมายกว้างไกลกว่าการวิ่งสายพานหรือเล่นลูกน้ำหนัก เพราะฟิตเนสหมายถึงความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่ง Garry Null และ Martin Feldman ได้ให้คำนิยามไว้ว่า Fitness ในโลกยุคปัจจุบันประกอบด้วย 3 ประการคือ Cardio-vascular Fitness ความแข็งแรงของหัวใจหลอดเลือด Immunity Fitness ความแข็งแรงของภูมิต้านทาน Anti-oxidant Fitness ความแข็งแรงของการล้างพิษอนุมูลอิสระ ความแข็งแรงทั้ง 3 ประการจะเกิดขึ้นได้ ต้องประกอบด้วยการออกกำลังกายที่เหมาะสม [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินสมุนไพร คิดว่าปลอดภัยเสมอไป</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health7/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Aug 2007 16:09:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/stories/truth_about_health7</guid>
		<description><![CDATA[กับดักสุขภาพประการที่ 7 &#8211; กินสมุนไพร คิดว่าปลอดภัยเสมอไป ยุคนี้เป็นยุคของการคืนสู่ธรรมชาติ และเมื่อพูดถึงธรรมชาติใครๆก็มักจะนึกถึงสมุนไพร มีผู้รักสุขภาพจำนวนไม่น้อยที่หนีจากการกินยาแผนปัจจุบัน แล้วหันไปกินยาสมุนไพรโดยคิดอย่างเถรตรงว่า ขึ้นชื่อว่าสมุนไพรแล้ว ย่อมไม่มีผลร้ายแต่ประการใด นั่นนับเป็นความเข้าใจผิดประการหนึ่ง แท้ที่จริงขึ้นชื่อว่ายาสมุนไพรก็หมายถึง สิ่งที่กินเพื่อบำบัดรักษาโรค แต่นำมาจากพืชและสัตว์ ถ้ามาจากสัตว์ก็เรียกว่า สัตว์สมุนไพร ถ้ามาจากพืชก็เรียกว่า พืชสมุนไพร ในสัตว์และพืชย่อมมีสารอินทรีย์จำนวนหนึ่งซึ่งอาจจะออกฤทธิ์ช่วยบำบัดรักษาโรคให้กับคนเรา สารอินทรีย์เหล่านี้ย่อมต้องการปริมาณที่พอเหมาะ ไม่น้อยเกินไป ไม่มากเกินไปในการออกฤทธิ์รักษาโรค ทีนี้เมื่อจะใช้สมุนไพรในการรักษาโรค จึงต้องศึกษาวิธีการใช้ และปริมาณการใช้ให้ถ่องแท้เสียก่อน ในอดีตที่ผ่านมา เคยมีกรณีใหญ่ๆที่ใช้สมุนไพรรักษาโรคอย่างไม่ถูกวิธี จนถึงขั้นเกิดอันตรายร้ายแรงกับผู้ใช้ เช่นการใช้ผลมะเกลือคั้นน้ำกะทิเพื่อถ่ายพยาธิ ถ้าทำอย่างผิดวิธีก็ถึงขั้นทำให้เด็กที่กินถึงกับตาบอดได้ อีกกรณีหนึ่งคือ การใช้ใบขี้เหล็กรักษาอาการนอนไม่หลับ แกงขี้เหล็กที่คนไทยรู้จักกันดี สามารถกินกันได้อย่างสนิทใจ และมีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ ช่วยไม่ให้ท้องผูก และนอนหลับสบายอีกด้วย ต่อมามีการค้นพบว่าใบขี้เหล็กยังมีสารยาซึ่งออกฤทธิ์ช่วยให้นอนหลับ จึงมีความพยายามที่จะทำใบขี้เหล็กให้เป็นยาสมุนไพรสำเร็จรูปที่ใช้ง่ายเป็นชนิดเม็ด และกระบวนการผลิตก็กระทำกันอย่างง่ายๆโดยใช้ใบขี้เหล็กตากแห้ง บดเป็นผงแล้วทำเป็นเม็ดขึ้นมาเลย ซึ่งแม้แต่องค์กรรัฐวิสาหกิจทางด้านเภสัชกรรมก็ยังเป็นผู้นำหน้าในการผลิตขี้เหล็กเม็ดขึ้นมาวางจำหน่ายในท้องตลาด อย่างไรก็ดี เมื่อขี้เหล็กแคปซูลเหล่านี้ เข้าถึงผู้บริโภคอยู่พักใหญ่ ก็เริ่มมีข้อสังเกตจากแพทย์ระบบทางเดินอาหารหลายท่านว่า เริ่มพบผู้ป่วยด้วยโรคตับอักเสบที่ไม่พบสาเหตุอื่นนอกจากประวัติที่ว่า ได้กินขี้เหล็กแคปซูลมาพักหนึ่ง หลังจากได้ติดตามค้นคว้ากันอยู่พักหนึ่ง ก็มีผลยืนยันออกมาว่า ผู้คนที่มีเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้นสูงเหล่านั้นต้องพิษจากสารบางอย่างในใบขี้เหล็กนั่นเอง เป็นผลให้ต้องมีการประกาศให้เลิกใช้ยาเม็ดขี้เหล็กไปทั่วประเทศ อย่างไรก็ดี คำถามมีว่า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถือเอาวิตามิน อาหารเสริม เป็นคำตอบสุขภาพ</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health6/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health6/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Aug 2007 16:09:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/stories/truth_about_health6</guid>
		<description><![CDATA[กับดักสุขภาพประการที่ 6 &#8211; ถือเอาวิตามิน อาหารเสริม เป็นคำตอบสุขภาพ  ผมจำได้ว่าเมื่อบริษัทวิตามินจากออสเตรเลียจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ผมได้รับการติดต่อจากเพื่อนซึ่งเป็นเภสัชกร ที่เป็นตัวแทนของบริษัทวิตามินนี้ให้ช่วยเผยแพร่ความคิดเรื่องวิตามินให้แก่ผู้บริโภค ขณะนั้นเมืองไทยยังไม่ค่อยมีคนรู้จักประโยชน์ของการกินวิตามิน ยังไม่รู้จักคำว่า free radicals และไม่รู้จักคำว่า anti-oxidant แม้ว่าความรู้ทางธรรมชาติบำบัดในยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียจะมีเรื่องราวเหล่านี้มากมายแล้วก็ตาม เพราะขณะนั้นช่วงห่างระหว่างความรู้ในประเทศตะวันตกกับประเทศไทย จะล่าช้ากว่ากันประมาณ 10 กว่าปี ความรู้การแพทย์แบบแผนรู้จักวิตามินในฐานะสารตัวเล็กๆ ที่ช่วยป้องกันตาบอดกลางคืน รักษาเหน็บชา ป้องกันลักปิดลักเปิด ซึ่งนับวันโรคเหล่านี้จะหมดไป เมื่อผู้คนในสังคมอยู่ดีกินดีกันมากขึ้น แต่ไม่รู้จักบทบาทใหม่ของวิตามินในอีกด้านหนึ่ง จำได้ว่าขณะนั้นผมเขียนบทความธรรมชาติบำบัดในมติชนสุดสัปดาห์ตั้งแต่ต้นปี 2534 จึงได้แนะนำเรื่องของสาร อนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นคำบัญญัติใหม่โดย ศ.ดร.ไมตรี สุทธจิตต์ ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และวิตามินก็มีบทบาทเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ มีความรู้เหล่านี้พิมพ์เผยแพร่เป็นพ็อกเก็ตบุ้กโดยสำนักพิมพ์รวมทรรศน์ และจัดเสวนาสุขภาพเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2535 นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดบรรยายเรื่องราวทางสุขภาพให้ผู้คนมาร่วมกันฟังเป็นจำนวนมากๆ และเป็นที่มาของมหกรรมสุขภาพในขอบเขตต่างๆทั่วประเทศที่มีกันอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ และรวมทรรศน์ก็ได้จักมหกรรมธรรมชาติบำบัดสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นับได้ 13 ปี [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินผลไม้จนล้นเกิน น้ำตาลขึ้น ไขมันสูง</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health5/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Aug 2007 16:08:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/stories/truth_about_health5</guid>
		<description><![CDATA[กับดักสุขภาพประการที่ 5 &#8211; กินผลไม้จนล้นเกิน น้ำตาลขึ้น ไขมันสูง  ผลไม้น่ะ ดี เพราะเป็นแหล่งของวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และถ้ากินสม่ำเสมอในปริมาณที่พอเหมาะ ก็ช่วยจรรโลงสุขภาพได้ อย่างไรก็ตาม สรรพสิ่งในโลกย่อมมี 2 ด้านอยู่เสมอ ผลไม้ทุกชนิดมีรสหวาน จึงเป็นแหล่งที่มาของน้ำตาลในเลือดชัดๆอยู่แล้ว และคนที่เป็นเบาหวานที่รักษาด้วยยา หมออาจจะอนุโลมให้กินผลไม้ โดยแบ่งกินทีละไม่เกินผลไม้ 2-3 กลีบเป็นต้น แต่สำหรับสูตรรักษาเบาหวาน-กินเนื้อกินผักแบบบัลวี เราก็ไม่ให้กินผลไม้เลย ซึ่งจะคุมเบาหวานลดลงได้เร็วมาก ภายใน 10 วัน ทีนี้สำหรับคนทั่วไป ผลไม้ย่อมกินได้อย่างเป็นทางสายกลาง แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่กินผลไม้อย่างสุดขั้ว แล้วเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ ประการหนึ่ง คนที่กินผลไม้หวานจัด เช่นทุเรียน ขนุน ลำไย เหล่านี้มักจะเกิดอาการร้อนในได้ เรื่องนี้ต้องอธิบายด้วยทฤษฎีแมกโครไบโอติกส์ ซึ่งบอกว่า ผลไม้เป็นสุดขั้วของพลังหยิน กล่าวคือในประเทศเขตร้อน พลังหยางมีมาก ต้นไม้จึงเอาพลังหยินของมันมุดลงดิน แล้วไปผลิออกเป็นผลไม้ หล่อเลี้ยงธรรมชาติด้วยสุดยอดพลังหยินของมัน คน สัตว์กินผลไม้หน้าร้อนก็ชื่นใจ แต่ถ้ากินมากเกินไป พลังหยินที่รับเข้าไปมาก จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังหยางสุดขั้ว จึงเกิดอาการเจ็บคอร้อนในได้ แมกโครไบโอติกส์ชนิดสุดโต่งจึงไม่แนะนำให้กินผลไม้เมืองร้อนเลย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไม่กินไขมันเลย เพราะกลัวอ้วน</title>
		<link>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health4/</link>
		<comments>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health4/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Aug 2007 16:05:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สรรสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pepzaa.com/stories/truth_about_health4</guid>
		<description><![CDATA[กับดักสุขภาพประการที่ 4 &#8211; ไม่กินไขมันเลย เพราะกลัวอ้วน  เราถูกรณรงค์ให้หลีกเลี่ยงการกินไขมัน เพราะกลัวอ้วน กลัวไขมันเลือดสูง จนคนจำนวนหนึ่งกลัวไขมันเกินกว่าเหตุ ตนเองยังสุขภาพแข็งแรงไม่ได้ป่วยเจ็บเป็นโรคอะไร แต่ไม่กินไขมันเลย เป็นเวลาหลายๆปี จนกลายเป็นภาวะพร่องไขมัน แท้ที่จริงเราต้องรู้ว่า ไขมันเป็นสารอาหารกลุ่มหนึ่งที่ร่างกายต้องใช้ ในร่างกายของเรามีไขมันอยู่ 3 ชนิดใหญ่ๆ หนึ่งคือโคเลสเตอรอล สองคือไตรกลีเซอไรด์ และสามคือฟอสโฟไลปิด เราใช้โคเลสเตอรอลเป็นแหล่งวัตถุดิบในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ และสร้างฮอร์โมนเพศกับฮอร์โมนคอร์ติโซล ส่วนไตรกลีเซอไรด์เป็นแอ่งพลังงานในกระแสเลือด เพื่อหนุนช่วยน้ำตาลในเลือด ส่วนฟอสโฟไลปิดเป็นวัตถุดิบสำหรับสร้างเซลล์ประสาท ฯลฯ จึงเห็นการหลีกเลี่ยงอาหารไขมัน จนถึงกับไม่กินเลย ทั้งๆที่สุขภาพเป็นปกติอยู่นั้น นานๆเข้าก็จะเกิดโรค จะยกตัวอย่างกรณีสุดขั้วกรณีหนึ่ง ผมเคยพบนิสิตมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง เดินเข้ามาหาผมด้วยน้ำหนักตัว 35 กก. จินตนาการเหมือนกับไม้แขวนเสื้อลอยมา อย่างนั้นแหละ แต่เธอเข้ามาหาผม พร้อมกับบอกว่า &#8220;หนูต้องการลดน้ำหนักค่ะ&#8221; เธอมีความคิดว่าน้ำหนักตัวขนาดนั้นของเธอยังไม่เป็นที่พอใจ บอกว่าอยากให้หุ่นผอมเพรียวเหมือนสาวที่เดินบนแค็ตวอล์ก ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่กินน้ำมันทุกชนิด ผมมองปราดเดียวที่ใบหน้าและผิวพรรณของเธอก็บอกได้เลยว่า เธอกำลังป่วยด้วยภาวะพร่องไขมัน คือผิวแห้งและหน้าตาหม่นหมองมาก ถามประวัติอีกหน่อยก็พบว่า ผมเธอร่วงเป็นประจำ และที่สำคัญก็คือ เธอขาดประจำเดือนมาได้กว่าปีแล้ว นั่นเป็นเพราะว่า ภาวะที่พร่องไขมัน ร่างกายก็ขาดวัตถุดิบไปสร้างฮอร์โมนเพศ ทั้งสำหรับสุขภาพของผิวพรรณ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://kukky.pepzaa.com/knowledge/truth_about_health4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
