เรื่องนี้ว่าจะเขียนนานและ…ไม่ได้มีโอกาสเขียนในบล็อคไหนซักที … ก็คือเรื่องของวิตามินซี ที่เรารู้จักกัน … ทุกครั้งที่ไปซิ่งที่นั่งเล่น…กลับมา ก็ต้องอัดวิตามินซี 5 เม็ด ก่อนนอน….. แถมตื่นมา อัดอีก 5 เม็ด … ไม่ใช่เม็ดเล็กๆ แต่เม็ดเท่าบ้าน…เม็ดละ 1000 ม.ก. ติดคอแทบตาย ..
อุตส่าห์หวังดี แนะนำให้คนอื่นกินด้วย โดนตอกกลับมาอีก ว่าร่างกายเอาไปใช้ไม่หมดหรอก ตั้งห้าพัน ม.ก. อ่ะเลยขี้เกียจเถียง อุตส่าห์หวังดี ไม่กิน ก้อไม่เปนไร
“ทำไมถึงต้องอัดขนาดนั้น 5,000 ม.ก. “ จริงอยู่ที่ปกติแล้ว ร่างกายจะสามารถดูดซับวิตามินซีไปใช้ได้เพียงวันละ 1,000 ม.ก. เท่านั้น .. แต่นั่นคือขณะที่ร่างกายปกติดีทุกอย่าง.. แต่หลังจากที่ไปเที่ยวมา ถึงแม้จะไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า … แต่เราก็รับควันบุหรี่มาเต็ม ๆ ไม่สูบ แต่ก็เหมือนสูบเองนั่นแหละ ซ้ำร้าย หนักว่าซะด้วย เพราะรับหลายด้าน ซ้าย ขวา หน้า หลัง ….
และในช่วงที่ร่างกายได้รับสารพิษมาขนาดนั้น ความต้องการวิตามินซีก็มากขึ้น …. เช่นเดียวกับตอนที่เราเป็นหวัด นั่นแหละ ก็กินวิตามินซี เพื่อลดความรุนแรงของหวัด ดีกว่ากินยาเป็นไหนๆ …เสียดายที่จำไม่ได้ว่าไปเจอจากเว็บไหน ที่บอกว่าให้กินวิตามินซีเท่าไหร่ หากอยู่ในสภาวะต่างๆ
จำได้คร่าวๆ คือ
- ถ้าเป็นหวัด ให้กิน วันละ 1,000 ม.ก.
- คนที่สูบบุหรี่ ก็กินวันละ 1,000 ม.ก.
- ไปเที่ยวผับ บาร์ กลับมากิน 5,000 ม.ก. ตื่นมาอีก 5,000 ม.ก.
วิตามินซี (กรดแอสคอบิก) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในร่างกายหลายอย่าง เช่น
- สร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเสมือนเส้นใยยืดหยุ่นของร่างกาย
- ช่วยลดการเกิดภูมิแพ้และหอบหืด
- ป้องกันการเกิดต้อกระจก
- ช่วยในการสร้างน้ำดี
- ลดพิษของแอลกอฮอล์
- ช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของโรคหวัด
- ยับยั้งการทำงานของยีนส์ของไวรัส
- ป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดและหัวใจ
การกินน้ำส้มร่วมกับอาหารเช้าพวกแฮม เบคอน จะยับยั้งการสร้างไนโตรซามิน(เนื่องจากวิตามินซีในน้ำส้ม) จึงช่วยลดการเกิดมะเร็งที่กระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ยังมีการทดลองให้สารที่ก่อให้เกิดมะเร็งและวิตามินซีแก่เซลล์ของร่างกาย พบว่าเซลล์ดังกล่าวจะมีเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งน้อยลง
ภาวะที่ร่างกายต้องการวิตามินซีเพิ่มขึ้น ได้แก่
การดื่มสุรา ,สูบบุหรี่ , เครียด , ติดเชื้อไวรัส , เป็นไข้ , ได้รับยาบางอย่าง เช่น ซัลฟา ยาปฏิชีวนะ ยาคลอติโซน , มลภาวะเป็นพิษ เช่น สารดีดีที , ได้รับโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม , หลังการผ่าตัด
วิตามินซีกับการเกิดนิ่วที่ไต
จากความรู้เดิมที่ว่า วิตามินซีเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นออกซาเลต แล้วตกตะกอนเป็นนิ่วที่ไต นั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ในปี 1977 นักวิทยาศาสตร์ชาวแอฟริกา ทำการศึกษาเกี่ยวกับการเกิดตะกอนออกซาเลตเมื่อได้รับวิตามินซีปริมาณสูงเป็นในระยะยาว กล่าวว่าจากการส่องกล้องไมโครสโคปในลิงบาบูน 16 ตัวที่ได้รับวิตามินซีปริมาณสูงต่อเนื่องกัน 20 เดือนนั้นตรวจไม่พบตะกอนออกซาเลตแต่อย่างใด จากรายงานในปี 1999 โดยมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด ในหญิงที่มีนิ่วที่ไต 85, 000 คน พบว่าในผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีปริมาณสูง ( ตั้งแต่ วันละ 1,500 มิลลิกรัมขึ้นไป ) นั้นไม่มีรายงานการเกิดนิ่วที่ไต นอกจากนี้การบริโภควิตามินบี-6 อย่างน้อยวันละ 40 มิลลิกรัม ยังสามารถลดการเกิดนิ่วที่ไตลงได้ถึง 1 ใน 3
See Also
« Prev:Flickr เป็นเหตุ ทำงานจน “ข้อมือพัง”…น่าเห็นใจ หรือ “สมน้ำหน้า?”:Next »
September 11, 2007 4:13 pm
ไปเที่ยวผับ บาร์ กลับมากิน 5,000 ม.ก. ตื่นมาอีก 5,000 ม.ก.