26
Feb

ตรวจสุขภาพประจำปี 2008

และแล้วปีนี้ก็มาถึง ได้เวลาตรวจสุขภาพประจำปีและ …. จากที่ปีที่แล้วมาสาย แล้วต้องมานั่งรอคิวยาวเหยียด หิวก็หิว กินอะไรก็ไม่ได้ ปีนี้ก็เลยเอาใหม่ .. ตื่นแต่เช้าเลย รีบมาเช้าๆ คนจะได้น้อยๆ

มาถึงออฟฟิศราว 8 โมง ทางโล่งเชียว เก็บข้าวของแล้วรีบมาทำการตรวจสุขภาพกัน ที่ออฟฟิศจัดให้ ก็มีตรวจเลือด x-ray ปอด ตรวจสายตา และพบแพทย์ … และแล้ว ก็ไม่ต้องรอผล 1 เดือน ก็ได้รับอาการป่วยเพิ่มขึ้นอีก 1 อย่าง คือ “สายตาเอียง”

วุ๊ย … มันจะมีปีไหนที่ทำงานแล้ว สุขภาพดีขึ้น 1 อย่างแมะ ( อย่างว่า ออกกำลังกายก็ไม่ค่อยออก .. อย่าบ่น )

กลับเข้ามาที่เรื่องวันนี้ พอดีปีที่แล้วมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับคอเรสเตอรอล … เลยไปหาอาหารเสริมากิน 1 อย่าง ชื่อว่า เลซิติน “Lecithin” เรามาดูคุณสมบัติของเจ้าตัวนี้กัน

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

เลซิติน เป็นสารธรรมชาติที่ประกอบด้วยฟอสฟอรัสกับไขมันบางชนิด และวิตามินในกลุ่มวิตามินบี ไม่สำคัญว่าเลซิตินประกอบด้วยสารใดบ้างแต่สิ่งสำคัญคือเลซิติน เป็น

หน่วยพื้นฐานในทุกๆเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ที่สำคัญไปกว่านี้ก็คือเลซิตินนั้นช่วยจับไขมันและคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ด้วยคุณสมบัติอันน่ามหัศจรรย์ของเลซิติน คือ การที่เลซิตินสามารถละลายในได้ทั้งน้ำและไขมัน เลซิตินจึงละลายอยู่ในกระแสเลือดแล้วคอยจับเอาไขมัน หรือคอเลสเตอรอลที่ล่องลอยอิสระในกระแสเลือดและไขมันที่เกาะตามผนังหลอด เลือดไว้ ด้วยวิธีนี้ของเลซิตินจึงทำความสะอาดระบบหมุนเวียนโลหิตได้ ส่วนประกอบที่พบมากที่สุดในเลซิตินคือ สารฟอสฟาติดิลโคลีน (phosphatidylcholine) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารอันอุดมไปด้วยสารโคลีน โคลีนจัดเป็นสารประกอบในกลุ่มของวิตามินบี ที่มีความสำคัญคือเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารสื่อประสาทในสมองของเราสารดัง กล่าวคือ อะเซทิลโคลีน

เลซิตินสามารถพบได้ในอาหารหลากชนิด จากผลิตภัณฑ์ทั้งพืชและสัตว์ เช่น ซอสถั่วเหลือง ข้าวโพด เมล็ดฝ้าย เรพสีด และพืชบางชนิด รวมทั้งไข่แดง นม สมอง ตับ ไต และกล้ามเนื้อ

เลซิตินยังพบขายอยู่ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกด้วย เลซิตินที่ทำจากถั่วเหลืองนั้นนับเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกด้วย เลซิตินที่ทำจากถั่วเหลืองนั้นนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่พบได้ทั่วไปในท้องตลาด มากที่สุด

ประโยชน์ จากรายงานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่ศึกษาเกี่ยวกับเลซิตินแสดงให้เห็นว่า เลซิตินเหมาะสำหรับเสริมสุขภาพหัวใจ สมอง และตับ เลซิตินมีประโยชน์สำหรับ

  1. ควบคุมระดับโคเลสเตอรอลได้ เลซิตินทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายไขมันในเส้นเลือดทำให้ไขมันแตกตัวเป็น อนุภาคเล็ก ๆ และไหลเวียนไปกับกระแสเลือด เลซิตินจึงเป็นสารอาหารที่ สามารถป้องกันการจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด อันเป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือด หัวใจตีบ หรืออุดตันอันมีผลให้หัวใจวายได้
  2. ช่วยในการเสริมสร้างความจำ เลซิตินเป็นสารที่จำเป็นต่อการสร้างโคลีน ซึ่งโคลีนนี้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสารสื่อประสาท ที่เรียกว่า อะเซทธิลโคลีน (Acethyl Choline) สารสื่อนำประสาทนี้เมื่อเพิ่มขึ้นจะมีผลในการเสริมสร้างความจำและลดอาการ หลงลืมในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้มีระดับโคลีนในร่างกายต่ำจะทำให้เกิดอาการซึมเศร้า จิตใจหดหู่ หลงลืมและไม่มีสมาธิ และโคลีนยังช่วยในการปล่อยฮอร์โมน วาโสเพรสซิน (Vasopressin) ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้และความจำ การควบคุมปริมาณของปัสสาวะ และควบคุมความดันโลหิต
  3. ซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ ส่งเสริมการทำงานของเซลล์ให้มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ ตับ ไต และต่อมไร้ท่อ ตลอดจนการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
  4. ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งเกิดจากการตกตะกอนของโคเลสเตอรอลในถุงน้ำดี
  5. ช่วยในการดูดซึมวิตามิน บีหนึ่งเพิ่มขึ้นในตับและเพิ่มการดูดซึมวิตามินเอในลำไส้

เลซิตินเหมาะสำหรับ

  1. ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
  2. ผู้ที่มีโคเลสเตอรอลสูง
  3. ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความจำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการหลงลืม เด็กที่อยู่ในวัยเรียน ผู้ที่ทำงานใช้สมองเคร่งเครียด

อาการเมื่อขาด เมื่อกล่าวถึงเลซิตินนั่นหมายถึงสารฟอสฟาติดิลโคลีนซึ่งเป็นองค์ประกอบหลัก ของเลซิติน แม้จะยังไม่เคยมีรายงานถึงการขาดเลซิติน แต่งานศึกษาบางชิ้นพบว่า ถ้าร่าง กายมีระดับของโคลีนที่ต่ำจะก่อให้เกิดความดันโลหิตสูงชนิดถาวรและมี ปัญหาเกี่ยวกับไตด้วย

ขนาดรับประทาน

  • เสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง 1,200-2,400 มก./วัน
  • ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม 2,400-3,600 มก./วัน
  • ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสุง 3,600 มก./วัน


Technorati : , ,

Leave a Reply